← 🍃ธรรมมรรคา
057อ่าน ~5 นาที

เวลาปฏิบัติ เราไม่จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจขบวนการทำงานของจิต

หนูยังไม่คืบหน้าไปไหนเท่าไรเลยคะ

ยังคอยวนเวียนอ่าน สังขาร กะฟังวิถีจิตบ้างมีข้อความซึ่งพยายามพิจารณาแล้วก้อยังไม่ค่อยเข้าใจเลยคะ คือ

“มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่เมื่อทำไปแล้วก็ไปนอนเนื่องอยู่ในจิตเป็นกิเลส เกาะจิตในจิต “

หนูไม่ค่อยใจเกาะจิตในจิตน่ะคะ เป็นอย่างไรหรือ

ขออาจารย์ได้ขยายความ ด้วยคะ

ขอกราบอย่างใจจดจ่อรอฟังคะ

ก่อนอื่น อย่าเพิ่งกังวลนะคะ ว่าต้องเข้าใจลึกซึ้งทั้งหมดจึงจะก้าวหน้าไปได้

การปฏิบัติ สามารถก้าวหน้าไปได้โดยยังไม่ต้องเข้าใจธรรมะทั้งหมด

ค่อยๆปฏิบัติไปก่อน จับหลักง่ายๆไปก่อน

เมื่อปฏิบัติต่อไปอย่างถูกต้อง ความเข้าใจในธรรมะจะลึกซึ้งขึ้นตามลำดับค่ะ


เรื่องวิถีจิต อาจฟังยากหน่อยค่ะ ถ้าไม่เคยฟังเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับจิตมาก่อน ไว้ถ้าพี่มีเวลากว่านี้จะเขียนอย่างง่ายๆให้นะคะ แล้วอาจไปฟังให้ลึกซึ้งขึ้นภายหลังอีกที

ตอนนี้เอาความเข้าใจง่ายๆเพื่อพัฒนาการปฏิบัติก่อน


~ เวลาลงมือปฏิบัติ เราไม่จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจขบวนการทำงานของจิต

เพราะขณะปฏิบัติ จิตจะต้องสงัดจากความคิดทั้งปวง จิตต้องว่างและเงียบสนิท

จิตคิด นั้นยังพูดคุยกับตนเองอยู่ ยังไม่สงัดพอ


~ จิตที่คิดขณะกำลังปฏิบัติ แม้จะคิดเรื่องธรรมะ เรื่องสังขาร เรื่องอุเบกขา เรื่องอนิจจัง เรื่องเกิดดับ ก็ต้องวางไว้ก่อนค่ะ ยังไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจหลักการให้ลึกซึ้งในขณะที่กำลังปฏิบัติ

ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้พัฒนาภาวนามยปัญญา

เพราะใจยังอยู่วนเวียนอยู่กับความคิด (จินตามยปัญญา) ทำให้เราชะงักขบวนการจิตภาวนาไปในขณะนั้น


~ ถึงจะยังไม่เข้าใจว่า สังขาร หรือกรรมทาง กาย วาจา ใจ นอนเนื่องในจิตอย่างไร ก็ยังสามารถปฏิบัติให้ก้าวหน้าได้ค่ะ

เพราะการปฏิบัติไม่ได้ต้องทำความเข้าใจให้ได้ก่อน ถึงจะปฏิบัติได้


~ เวลาปฏิบัติ ต้องเพียรให้จิตมี ‘สติ’เสมอ โดยมีสติรับรู้ที่ลมหายใจ หรือที่เวทนา (ขึ้นกับว่ากำลังปฏิบัติอะไรอยู่)

เพียรรู้ทุกขณะ และรู้ให้ต่อเนื่องมากที่สุด


~ และขณะที่รับรู้นั้น ต้องรับรู้ด้วยใจที่เป็นกลางเสมอ คอยระวังให้รู้ตามความเป็นจริงของมัน ณ ขณะนั้นๆ

ต้องคอยระวังไม่ให้จิตทำงานเกินข้อมูล

ให้แค่รับรู้และยอมรับไม่ว่าอะไรจะมาในรูปแบบไหน แต่อย่าปรุงต่อ


~ ส่วนเรื่องที่ว่ากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เกาะในจิตอย่างไรนั้น ถ้าอธิบายละเอียดลึกซึ้งจริงๆจะค่อนข้างยาว เขียนไม่หมดค่ะ เนื้อหามีมาก


~ เอาเป็นว่าจิตเป็นที่สั่งสมกรรม(การกระทำ)ต่างๆไว้ทั้งหมด ทั้งการกระทำทางกาย ทางวาจา ทางใจ ทั้งการกระทำและดีทั้งการกระทำที่ไม่ดี เพราะผู้ที่กระทำก็คือ จิตหรือใจนั่นเอง


~ กระทำโดยผ่าน ‘เจตนา’ เจตนานั้นอยู่ที่ใจ ใจจึงบันทึกประทับทุกอย่างที่ทำนั้นไว้ทั้งหมด (ไม่ว่าเราจะจำได้หรือจำไม่ได้ก็ตาม) นี่ก็คือความหมายสังเขปที่ว่ากรรมที่เรากระทำแล้วเกาะนอนเนื่องอยู่ในจิต


(คล้ายๆกับเวลาเราเรียนรู้สิ่งต่างๆ เวลาเรียนรู้ ความรู้ไม่ได้อยู่บนร่างกาย ไม่ได้อยู่ที่ตาที่อ่านหนังสือเรียน หรือหูที่ฟังการสอน แต่อยู่ในจิตเรานะค่ะ)


จริงๆขบวนการต้องอธิบายกัน แต่เอาเท่านี้ก่อนพอไหวไหมคะ?


ไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้เวลากำลังปฏิบัตินะคะ ความเข้าใจเหล่านี้มีประโยชน์มากต่อการปฏิบัติก็จริง แต่ไม่ใช่นำความเข้าใจนี้มาตรึกในขณะกำลังปฏิบัติค่ะ