อุเบกขาที่แท้จริง
หลังจากนั้นพอมันมีอาการเจ็บตึง หนูก็ถามตัวเองอีก บางครั้งก็ได้ บางครั้งก็ไม่ได้
แต่ครั้งที่ได้หนูยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นอนิจจังหรืออุเบกขา
หนูต้องแยกให้ออกไหมคะว่ามันคืออะไร
ส่วนเวทนาละเอียดอาจารย์ ในคอร์สบอกว่า หนูยังมีความชอบมันอยู่ แต่หนูตอบไม่ได้เพราะตั้งแต่เริ่มต้นมันก็มีอย่างนี้ตั้งแต่ทีแรก
แล้วหนูจะอุเบกขากับเวทนาละเอียดได้ยังไงคะ
A: ตอบเป็นประเด็นๆนะคะ
1. เรื่องความเจ็บ ความตึงต่างๆ หนูแค่ดูมันให้เป็น
คือยอมรับมันอย่างเต็มที่ เต็มใจจะให้มันเป็นตามนั้น
เพราะนั่นคือความจริงขณะนั้น
ถ้ายอมรับได้ 100% จิตเราจะเยือกเย็น จะสงบ ไม่ทุกข์
แบบนี้จึงเป็นอุเบกขาที่แท้
โดยไม่ต้องมีการคิดว่านี่คืออุเบกขาหรือไม่
แค่ใจสงบจริง
มองความเจ็บเหมือนไม่ใช่เราที่เจ็บ
มองเห็นมันเป็นแค่อาการหนึ่งที่มาแล้วก็หมดไป
นี่คือเห็นอนิจจังในทุกประสบการณ์
2. จิตที่วางเฉยสนิท เพราะรู้ถึงความไม่เที่ยง
ก็คือจิตที่เห็นอนิจจังจริงๆ
จึงมีอุเบกขาได้แท้จริง
การรู้ถึงความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง ใจจึงวางเฉยสงบสุขได้
นี่คือเห็นอนิจจังจิตจึงเกิดอุเบกขา
3. อย่าเอาความคิดเราเข้าไปใส่ในการปฏิบัติ
ไม่ต้องพยายามอธิบายอะไร
แต่ให้สงบ ให้ปล่อยวาง
ให้ยอมรับทุกอย่างที่ปรากฏออกมา
ย้ำนะคะ
ต้องยอมรับทุกอย่างที่ปรากฏออกมา
ทุกอย่าง และทุกขณะ
เน้นครั้งที่ 3
ยอมรับทุกอย่างที่ปรากฏออกมา ทุกอย่าง ทุกเวลา
เพราะนั่นแหละคือความจริง
นั่นแหละคือปัญญา
4. ส่วนเวทนาละเอียด ที่หนูคิดว่ายังชอบอยู่นั้น
แท้จริงแล้ว
หนูยังมีปฏิกิริยากับทุกประเภทของเวทนาอยู่
คือ หนูยังสนใจความเจ็บ ยังเห็นเป็นความเจ็บอยู่
จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีเมื่อความเจ็บหายไป เป็นความสบายแทน
จุดนี้ต้องแก้ตลอดสาย
ไม่ใช่แก้ที่แค่ความชอบในเวทนาละเอียดเท่านั้น
แต่ต้องแก้ ตั้งแต่ตอนที่เห็นความเจ็บว่าเป็นความเจ็บแล้ว
ตราบใดที่ หนูยังแยกประเภทเวทนาอยู่
ยังเห็นความต่างของมันอยู่
ก็คือ ยังไม่ได้อุเบกขา
เมื่อใด ที่ไม่รู้สึกว่านี่คือเวทนาแบบนี้
นี่คือแบบนั้น
แต่รู้แค่ว่ากำลังมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในขณะต่างๆ
และจิตมีลักษณะเดียวได้
คือไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย
ไม่เห็นมันต่างกันเลยแม้แต่น้อยกับความรู้สึกชนิดอื่น
จะเป็นอะไรมา
จะมาแบบไหน
หนูก็วางเฉยอย่างสนิท
หนูเหมือนเป็นแค่ผู้ดูอยู่วงนอกเท่านั้น
นั่น ถึงจะคือ การวางได้จริงๆ
นั่นคือ มีอุเบกขาจริงๆ
Q: อีกคำถามนึงนะคะอาจารย์เวลาทำอานา หนูสับสนว่ามันเข้าหรือออก แต่หนูรู้ว่ามีเข้าและออก อาจารย์งงไหมคะ รู้แค่นี้ได้มั๊ยคะ
A: อานา ไม่ต้องคิด จะไปงงกับความคิด
ให้ดูจุดที่ลมกระทบเท่านั้น
เวลากระทบขาเข้ามันจะสูดเข้า ลมผ่านจุดกระทบขาขึ้น
เวลาออก ลมผ่านจุดกระทบขาลง
Q: ลมของหนูบางทีไม่ได้ขึ้นลง แต่มันเป็นแบบเหมือนเข้ามาด้านหน้าทะลุไปเหงือกอย่างนี้ค่ะ
A: อย่าไปสนใจบริเวณอื่น
จิตจ่ออยู่ที่เดียวคือใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปาก ขนาด 0.5-1.0 ซม
ไม่ต้องใส่ใจความเป็นลมว่ามันเข้ายังไงออกยังไง ผ่านตรงไหนบ้าง
แต่ใส่ใจการกระทบของมันที่ผ่านจุดนี้ของแต่ละลมเท่านั้น