อาการที่เกิดขึ้น ต้องดูให้เห็นว่า มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป รึเปล่า?
ต้องดูให้เห็นว่า มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป รึเปล่า?
เวทนาเกิดจากผัสสะ ผัสสะคือการกระทบ มีสิ่งมากระทบ มี’อารมณ์’ ภายนอกมากระทบถูกทวาร 6
ในเมื่อทุกเวลาของชีวิตจะมีผัสสะเสมอไม่เคยว่างเว้น
ไม่ว่าเป็นผัสสะที่มากระทบทวารไหนของเรา เช่น
กระทบตา เมื่อเห็นภาพ
กระทบหู เมื่อได้ยินเสียง
กระทบจมูก เมื่อได้กลิ่น
กระทบลิ้น เมื่อได้รส
กระทบกาย เมื่อมีการถูกต้องสัมผัสกาย
หรือกระทบใจ เมื่อมีความคิด
เมื่อเกิดกระทบ ย่อมมีเวทนาตามมาเสมอ
ดังนั้นที่ถามว่าอาการซู่ซ่ามันเกิดเอง มันเกิดก็เพราะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากระทบถูกทวารใดทวารหนึ่งหรือถูกหลายทวารพร้อมกันก็ได้
เมื่อมีการกระทบ ย่อมทำให้เกิดเวทนาขึ้น
เพียงแต่ผู้ปฏิบัติอาจไม่ได้ใส่ใจรับรู้ผัสสะตอนที่มันมากระทบนั้น แต่มารู้ตัวก็ต่อเมื่อเกิดเป็นเวทนาแล้ว
ในความเป็นจริง เมื่อผัสสะเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป แล้วเวทนาก็เกิดต่อ แล้วก็ดับไป ผัสสะต่อๆมาก็ยังคงเกิด ยังคงดับดำเนินไปเรื่อยๆไม่ได้หยุด เวทนาก็ย่อมเกิด และย่อมดับต่อไปเรื่อยๆไม่เคยหยุด มันเป็นของมันเช่นนี้อยู่แล้วตลอดเวลา มันเกิด ดับ เกิด ดับ อยู่เช่นนี้อย่างรวดเร็วที่สุด (เร็วยิ่งกว่าความเร็วแสงด้วยซ้ำ) เพียงแต่เราตามรู้มันได้บางเวทนา ที่อารมณ์มากระทบชัดเจน ผู้ปฏิบัติที่พัฒนาสติได้ดีต่อเนื่อง ก็จะรับรู้เวทนาได้เร็ว หรือก็ถี่ขึ้น
สรุปคือ ที่ถามว่าความรู้สึกซ่าที่เกิดขึ้นเอง มีความหมายเป็นอย่างไร ก็มีความหมายว่าสิ่งต่างมีเหตุปัจจัยให้เกิด เหตุปัจจัยเหล่านั้นเกิดขึ้นมากระทบถูกผู้ปฏิบัติทางใดทางหนึ่ง ทำให้ผู้ปฏิบัติมีเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ความรู้สึกซ่า
ส่วนที่ว่าต้องดูให้เห็นว่ามันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปไหม นั้น
ทุกอย่างมันเป็นเช่นนั้นเองอยู่แล้ว ผู้ปฏิบัติไม่ต้องคอยเฝ้าจับตาดูว่ามันกำลังเกิด กำลังดับ หรือมันกำลังทำอะไรอยู่
เพราะทุกอย่าง มันก็เกิด มันก็ดับของมันไป ไม่เคยมีการหยุดพัก เป็นเช่นนี้ตามธรรมชาติความเป็นจริงของสรรพสิ่งอยู่แล้ว
เราแค่รับรู้มันว่ามีอยู่เป็นอยู่ แต่จะมีจะเป็นอะไรขณะนั้นก็ให้มันเป็นตามนั้นไป
การที่เราแค่รู้มันทีละขณะ ทีละขณะ ตามที่มันเป็นอยู่ (โดยไม่ไปวินิจฉัยมัน)
คือการอยู่กับ ‘ปัจจุบัน’ อย่างแท้จริง นี่คือ The Power of Now ที่แท้จริงเป็นการอยู่กับปัจจุบันขณะจริงๆที่สมบูรณ์