← 🍃ธรรมมรรคา
24812 มิ.ย. 68อ่าน ~6 นาที

วิปัสสนา ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร

❓ ปุจฉา (คำถาม)
การปฏิบัติวิปัสสนา จะนำมาใช้ในชีวิตประจำได้อย่างไร นอกจากการนั่ง เช้า-เย็น

เมื่ออารมณ์ทั้ง 6 ต่างๆผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดการกระทบ (ผัสสะ)+ วิญญาน ทำให้เกิดเวทนาทางกายและทางใจ

เราจะพิจารณา(observe) เวทนา (sensation) บนกายเราได้อย่างไร

และเราจะต้องรู้มั้ยว่าเป็นเวทนาทางกายหรือทางใจ

อยากให้อาจารย์ช่วยยกตัวอย่างประกอบในชีวิตประจำวัน สักสองตัวอย่าง เพื่อจะได้นำทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ขอความเมตตาจากอาจารย์ครับ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

✅A: ขอแบ่งตอบเป็นสามประเด็นดังนี้

🔺คำถาม Q1: การปฏิบัติวิปัสสนา จะนำมาใช้ในชีวิตประจำได้อย่างไร นอกจากการนั่ง เช้า-เย็น

✅คำตอบ A1: วิปัสสนา ก็คือสติปัฏฐาน คือการมี

▪️สติ ความระลึกรู้ โดยมีฐานที่สติจะต้องรับรู้อยู่สองฐาน คือ กาย จิต (รูป นาม)

▪️สัมปชัญญะ การรู้ตามความเป็นจริงแท้ของสรรพสิ่งในธรรมชาติ นี้ว่า ไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน

การปฏิบัติวิปัสสนา จึงไม่ใช่เพียงแค่การนั่งหลับตาปฏิบัติ

แต่การมีสติระลึกรู้ที่กายนี้ หรือ จิตนี้ โดยรู้ตามความเป็นจริงแท้อยู่ตลอดเวลา รู้ด้วยใจอุเบกขา ไม่มีปฏิกิริยา ชอบ/ชัง ไม่ปรุงแต่งต่อสิ่งที่กำลังรู้นั้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะทำกิจใดๆในชีวิตประจำวัน ให้มีสติตามรู้ตามรู้ทุกๆอิริยาบถ นี่ก็คือการปฏิบัติวิปัสสนาอยู่

การตามรู้อิริยาบถต่างๆ เป็นหมวดย่อยหมวดหนึ่งในกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

อีกตัวอย่าง การมีสติรู้เท่าทันจิต และวางเฉยเป็นกลางได้ต่อสิ่งในจิตนั้น เช่น รู้ตัวว่าจิตกำลังขุ่นมัวอยู่ จิตกำลังมีความไม่ชอบใจอยู่ จิตกำลังฟุ้งซ่านอยู่ จิตกำลังมีความอยากอยู่ จิตกำลังเกิดความชอบใจอยู่ การมีสติรู้นี้และวางเฉยเป็นอุเบกขา ไม่มีปฏิกิริยากับสิ่งที่รู้ ไม่ไปปรุงแต่งเพิ่ม

แค่รู้…รู้ตามความจริงที่ปรากฏ นี้ก็เป็นการปฏิบัติวิปัสสนา เป็นจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน

🔺คำถาม Q2: เมื่ออารมณ์ทั้ง 6 ต่างๆผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดการกระทบ (ผัสสะ)+ วิญญาณ ทำให้เกิดเวทนาทางกายและทางใจ

เราจะพิจารณา(observe) เวทนา (sensation) บนกายเราได้อย่างไร

✅คำตอบ A2: ทำอย่างเดิมแหละค่ะ ตามรู้สึกตัวบนกายต่อไป เพราะไม่ว่าผัสสะจะเกิดขึ้นที่ใด (ที่ตา ที่หู หรือ ที่ใจ เป็นต้น) บนกายก็มีเวทนาให้รับรู้ได้ทุกๆขณะอยู่ดี

ดังนั้น ถ้ามีสติอยู่ที่กายอยู่ รู้เวทนาที่กายด้วยใจเป็นอุเบกขาอยู่ ก็เท่ากับทำงานอยู่อย่างถูกต้อง กำลังทำวิปัสสนาอยู่อย่างถูกต้อง

ไม่จำเป็นต้องกระโดดไปรับรู้ผัสสะที่กระทบทุกๆทวาร (ทวารตา ทวารหู ทวารรส ทวารใจ ฯ)

แต่ถ้าบังเอิญจิตออกไปรับรู้ที่ทวารหูเอง เพราะมีเสียงดังเกิดขึ้น มีผัสสะคือเสียงกระทบกับทวารหู จึงได้ยินเสียงเกิดเวทนาเป็นรูปของเสียง ก็ให้รู้แค่เป็นเสียงหนึ่ง ไม่ต้องใส่ใจ ไม่ต้องจับมาปรุงแต่งต่อว่าเป็นเสียงเพลง เสียงด่าทอ เสียงของสตรี เสียงทารก เสียงสัตว์ ฯลฯ เพราะจิตจะไปเกาะเกี่ยวกับเรื่องราวที่มาของเสียงนั้น และก่อเกิดสังขารได้

ให้แค่รู้ว่าเป็นเสียงกระทบหู จบ!

เพราะนี่ก็คือความไม่เที่ยงประการหนึ่งเท่านั้น แล้วมันก็จะเปลี่ยนไปในที่สุด ใจก็ให้ยังคงรักษาความเป็นกลางไว้อยู่ได้ ก็เป็นการทำกำลังวิปัสสนาเช่นกัน

แต่วิธีการของท่านอาจารย์ ท่านให้เฝ้ารับรู้เวทนาที่กาย เพราะกายจะมีผัสสะตลอดเวลา ทำให้จิตมีสมาธินิ่งได้ดีกว่า ได้ความต่อเนื่องมากกว่าการที่จิตคอยวิ่งไปวิ่งมาระหว่างทวารต่างๆ วิ่งไปตามรับรู้ทวารต่างๆ ตามผัสสะต่างๆ

🔺คำถาม Q3: เราจะต้องรู้มั้ยว่าเป็นเวทนาทางกายหรือทางใจ?

✅คำตอบ A3: เรารู้ได้เองอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา รู้ว่าเป็นที่กาย หรือที่ใจ

เวทนาทางกายเกิดเป็นความรู้สึกทางกาย

เวทนาทางใจเกิดเป็นความนึกคิด

ในการปฏิบัติ ไม่ว่าจะรู้ทางกายหรือทางใจ ก็ต้องมีสติรู้ชัด และมีสัมปชัญญะรู้ตามจริงว่ามันไม่เที่ยง จึงสามารถวางใจเป็นอุเบกขาได้กับทุกๆสิ่งที่รู้

12 มิ.ย. 68

รายชื่อหัวข้อทั้งหมด

https://sites.google.com/view/list-question